วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

คำถามดีๆ ในชีวิต -1- เมืองแพร่ จูนคลื่น

-๑- เมืองแพร่ --จูนคลื่น
ศรชัยบอกว่า เราคงต้องไปคุยงานกันในทีมกระบวนกรก่อนไปทำงาน คงไปอยู่ที่แพร่ น้ำจะเดินทางจากเชียงราย ฉันกับศรชัยเดินทางจากนครสวรรค์ อยู่ร่วมกันสัก 2 คืนที่แพร่ แล้วเดินทางจากแพร่ มาพักนครสวรรค์หนึ่งคืน ก่อนเดินทางไปนครนายกด้วยกัน ดูเป็นการทำงานที่ยาวนานมาก หากเราวัดการเตรียมงานจากระยะทางการเดินทางของพวกเรา ๕๕๕๕๕ จะบอกว่าเตรียมงานกันอย่างดี
วิถีชีวิตที่แพร่ไม่ใช่มีเพียงเรา 4 คนเท่านั้น เรายังมีพี่ตอนภรรยาอาประสาท ต๊กโตลูกชายวัย 9 ขวบของอาประสาท กาฟิวล์ลูกชายวัย 8 ขวบของแอนสถาบันขวัญเมืองเชียงราย ซีซ่าร์ เด็กชายวัย 10 ขวบ ชีวิตวันแรกไม่มีอะไรมาก ไม่มีอะไรมากจริงๆ สำหรับฉัน เช้าตื่นมากิน Breakfast สายหน่อยก็กินข้าว เที่ยงก็ออกไปกินก๋วยเตี๋ยว เย็นหน่อยอาประสาทก็ขี่ซาเล้ง มอเตอร์ไซต์มีรถพ่วงข้างๆ ตุเลงๆ พวกเรานก ศรชัย และน้ำเพื่อไปเดินตอนเย็น เดินไปตามถนนที่ราดยางมะตอยเหมือนในเมือง แต่ข้างๆเป็นท้องนา ต้นข้าว ล้อมรอบด้วยทิวเขาและแสงอาทิตย์อ่อนๆยามเย็น มีกองขี่วัวขี่ควายอยู่ริมทางเป็นระยะๆ เย็นวันแรกคงไม่มีอะไรมากไปกว่า การได้รับความรู้สึกผ่อนคลายจากบรรยากาศ และการไม่ได้ทำอะไรของชีวิตที่ห่างหายไปนานในช่วง 2-3 เดือน ที่ผ่านมา
วันที่ 2 เรามีสมาชิกเพิ่มมาอีก 1 คน แบงค์ เด็กชายวัย 5 ขวบ เย็นย่ำวันนั้นการเดินทางเพื่อไปเดิน อาประสาทก็ตุเลงๆ พวกเรา นก น้ำ ศรชัยไปกันด้วยซาเล้งเหมือนเคย แต่พวกเด็กๆ ขี่จักรยาน ไปพี่ตอนขี่จักรยานเป็นผู้นำเด็กๆ ฉันเลยพลอยตื่นเต้นกับ ซีซ่าร์ เด็กชายวัย 10 ขวบที่วันๆ เอาแต่ดูโทรทัศน์ และเล่นเกมส์ พูดเร็วยังกับจรวด พูดไปมีเสียง effect ตูมตามไปด้วยเหมือนเกมส์คอมพิวเตอร์ ซีซ่าร์ หวาดกลัวกับการขี่จักรยานบนถนนใหญ่ คอแข็งไปหมด ขี่ปัดไปปัดมา จะเฉี่ยวโน้นเฉี่ยวนี่ แต่ความกลัวของซีซ่าร์ ก็อาจใกล้เคียงกับความกลัวของฉัน เพราะนั่งลุ้นตามหลังเขาไปตลอดทาง ฉันมองเห็นเรื่องนี้เป็นความกล้าหาญของอาประสาท กับพี่ตอน ที่ให้เด็กๆ ขี่จักรยานบนถนนที่มีรถราวิ่งไปมา สุดท้ายเจ้าแบงค์เด็กน้อยที่จักรยานยังมีล้อพ่วงเล็กๆ ก็ต้องมาเป็นสมาชิกนั่งในรถซาเล้งกับพวกเรา แบงค์สนุกกับการตะโกนเชียร์ไล่หลังพี่ซีซ่าร์ที่ขี่จักรยานอยู่ข้างหน้า เย็นนั้นกองขี้วัว ขี้ควาย ริมถนนมีความหมายมากกว่าทุกวันเมื่อเจ้าแบงค์สร้างสรรว่ากองขี้วัวขี้ควายเป็นหลุมระเบิด สนุกกับการวิ่งเล่นลากจักรยานคันเล็กเพื่อฝ่าหลุมระเบิด กลับมาถึงบ้าน อาประสาทกับพี่ตอนนำพาเด็กๆ เล่นประทัดกัน และนำพาเด็กเข้ากลุ่มเหมือนได้เล่นเกมส์กัน ฉันตื่นเต้นกับเด็กๆ ที่สามารถเล่นเกมเป็นผู้นำพาอย่างเท่าเทียมกับผู้ใหญ่ ก็ฉันไม่เคยต้องทำตามเด็ก 5 ขวบที่นำพาผู้ใหญ่ให้ทำท่าทางตามที่เขาบอก ตบท้ายค่ำคืนวันที่ 2 ที่วง dialogue เด็กๆ สะท้อนประสบการณ์อันมีค่าของตนเองอย่างที่เราซึ่งเป็นผู้ใหญ่คาดไม่ถึง เพราะไม่มีคำตอบสำเร็จรูปกับการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนอย่างแน่นอน ซีซ่าร์เด็กช่างพูด สะท้อนถึงความกล้าหาญของตัวเองในการขี่จักรยานได้ และการได้รับกำลังใจจากรถซาเล้งด้านหลัง แบงค์สะท้อนค่ำคืนที่มีความสุขของตัวเองกับการได้เล่นประทัด สำหรับฉันการเฝ้ารออย่างเนิ่นนานของวง dialogue เพื่อให้เด็ก 5 ขวบสะท้อนความรู้สึก รอยยิ้มของแม่แบงค์ ที่นั่งฟังลูกชายตัวเองสะท้อนความรู้สึก หากเราไม่เห็นเข็มนาฬิกาที่บอกเวลาว่าวิ่งไปเป็นปกติแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนเวลาหยุดลง แม้เนิ่นนานแค่ไหนก็เป็นความสุขที่ดื่มด่ำได้ มีความสุขมาก...รู้สึกหลงรักเด็กเสียแล้ว
๕๕๕๕๕ อยู่กัน 2 วันดูเหมือนคุยงานไม่ถึง ชั่วโมง เลยมั้ง แต่การอยู่ร่วมกันเหมือนเราจูนคลื่นกัน ก่อนทำงานแน่นอน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น